BizUnbox

by Pantit

ยุค 5G เราจะได้อะไร?

มาหาคำตอบกันว่าชีวิตยุค 5G จะให้อะไรกับเรา ก่อนที่จะเริ่มใช้กันอย่างจริงจังในปีหน้า เพราะทุกคนจะต้องตกอยู่ในเครือข่าย 5G
202 Shares

การตั้งคำถามเกี่ยวกับเทคโนโลยสื่อสาร 5G มีอยู่หลายประเด็น แต่มีอยู่หนึ่งคำถามที่ชาวบ้านทั่วไปก็ยังคงสงสัยอยู่ว่า ชีวิตประจำวันจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า โอกาสทำมาหากินจะดีขึ้นหรือไม่ และชีวิตจะมีความปลอดภัยมากขึ้นใช่ไม๊ บทความนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ

5G เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยล่าสุดในปัจจุบัน มีคุณสมบัติดีในเรื่องความเร็วในการรับส่งข้อมูลมากว่า 10-20 เท่า มีสเถียรภาพการเชื่อมต่อที่รวดเร็วกว่าเดิม 10 เท่าและไม่หลุดบ่อย รองรับการสื่อสารพร้อมกันได้หลายคนหรืออุปกรณ์โดยไม่ทำให้ช้า

มากันที่ข้อแรก “ความเร็วในการรับส่งข้อมูลเร็วขึ้น 10-20 เท่า” การส่งข้อมูลได้มากขึ้นทำให้เราสามารถ “ดาวน์โหลด” หรือ “อัปโหลด” คลิปวิดีโอขนาดใหญ่ได้เร็วขึ้น ถ้าใช้ 4G ในการดาวน์โหลดใช้เวลา 10 นาที เมื่อใช้ 5G ก็จะใช้เวลาแค่ 0.5-1.0 นาที เท่านั้นเอง ดังนั้นการที่จะเล่นเกมออนไลน์ ไปพร้อมๆกับการสตรีมดูหนังหรือไลฟ์สด ก็ทำได้อย่างราบรื่น อธิบายง่ายๆแบบนี้นะครับ

ประเด็นต่อมา “มีสเถียรภาพและความไวในการเชื่อมต่อที่รวดเร็วกว่า 4G 10 เท่า” เทคโนโลยี 4G มีความไวในการเชื่อมต่ออยู่ที่ 20-30 มิลิเซคเคิล (mili-second = 1:1000) เมื่อเป็น 5G ก็จะเหลือเพียง 2-3 มิลิเซคเคิล เท่านั้นเอง ก็หมายความว่าเราแทบจะไม่เห็นการสะดุดของการเชื่อมต่อเลย จากความมีสเถียรภาพในการเชื่อมต่อนี้เราสามารถนำไปใช้กับงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น

งานในด้านการแพทย์ ได้แก่ “การแพทย์ทางไกล (Tele-Medecine)” ทำให้แพทย์สามารถทำการรักษาผู้ป่วยผ่านระบบออนไลน์โดยไม่ต้องอยู่กับผู้ป่วย หรืออาจจะถึงขั้นทำการผ่าตัดผ่านออนไลน์ ช่วยให้ชาวบ้านที่อยู่ในชนบทสามารถเข้าถึงการรักษาจากแพทยผู้เชี่ยวชาญโดยไม่ต้องเดินทางไกลมาก

งานด้านการขนส่ง ได้แก่ “การขนส่งด้วยยานยนต์ไร้คนขับ” ซึ่งจะลดความเสี่ยงความผิดพลาดที่เกิดจากผู้ขับรถจากความเหนื่อยล้าซึ่งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ ยานยนต์จะถูกควบคุมการขับด้วยคอมพิวเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ (Ai) โดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจจะนำไปใช้กับระบบขนส่งสินค้า ขนส่งมวลชน หรือ รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป

งานด้านเกษตรกรรม ได้แก่ “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)” การควบคุมแปลงเกษตรกรรมขนาดใหญ่ด้วยการใช้อุปกรณ์ IoTs ที่ติดตั้งกับอุปกรณ์การเกษตรเพื่อให้ทำงานโดยอัตโนมัติตามสภาพดินฟ้าอากาศ เช่น การรดน้ำ การให้ปุ๋ยและย่าฆ่าแมลง ตลอดจนการพยากรณ์อากาศแม่นยำที่สามารถระบุพื้นที่ขนาดเล็กได้

งานด้านสื่อออนไลน์ ได้แก่ “ภาพยนต์ความชัดสูง (Hi-Def Movie)” เรียกว่ายกโรงภาพยนต์ไปได้ทุกที่ สตรีมหนังผ่านสมาร์ทโฟนกันเลย “ถ่ายทอดสดความชัดสูง (Hi-Def Live)” มิติใหม่ของตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์ไลฟ์สดความคมชัดสูงจากที่ใดก็ได้ขอมีแค่สัญญาน 5G และสมาร์ทโฟน

การสื่อสารบุคคล ได้แก่ “การทำวิดีโอคอลความชัดสูง (Hi-Def videocall)” ต่อไปเราทำวิดีโอคอลภาพชัดกันได้แล้วโดยไม่ต้องเห็นภาพแตกหรือเสียงขาดๆหายๆอีกต่อไป ซึ่งอาจจะเป็นพฤติกรรม New Normal ของการสนทนาในอนาคต “การรับ-ส่งไฟล์ขนาดใหญ่มาก” ในชีวิตประจำวันการส่งไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ระหว่างบุคคลจะทำได้เร็วมากไม่ต้องเบื่อหน่ายกับการรออัปโหลดหรือดาวน์โหลดอีกต่อไป

ความสามารถของระบบ 5G จะรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันได้มากกว่า 4G ถึง 10 เท่า บนพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร 4G รองรับประมาณ 1 แสนอุปกรณ์ ดังนั้น 5G ก็จะรองรับได้มากถึง 1 ล้านอุปกรณ์ การสื่อสารในอนาคตคงไม่ได้รองรับแค่เพียงคนแต่จะมีอุปกรณ์ IoTs อีกเป็นจำนวนมากที่เชื่อมต่อกับระบบ 5G

ที่ผมได้เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็คงพอที่จะทำให้เห็นภาพชีวิตที่จะเปลี่ยนไปพอสมควร ลองไปจินตนาการดูนะครับว่าชีวิตของเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ตอนนี้การวางเครือข่ายกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ปลายปีนี้เราคงได้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ 5G เป็นของขวัญปีใหม่กันแล้วละครับ

202 Shares

ที่ปรึกษา อาจารย์วิทยากร นักจัดรายการวิทยุ และนักเขียน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาธุรกิจและสังคม อาทิเช่น อีคอมเมิรซ์ การตลาดดิจิทัล สื่อยุคใหม่ และการพัฒนาชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

Copy link
Powered by Social Snap