BizUnbox

by Pantit

กฏ 3 ข้อ ของการบริหารลูกค้าด้วย Facebook

Facebook คือการเชื่อมต่อกับลูกค้าบนโลกออนไลน์ในสังคมยุคดิจิทัลเกือบ 2 พันล้านยูสเซอร์ เราจะต้องทำความเข้าใจกฏ 3 ข้อ ของการร่วมเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับเฟสบุ๊ค
659 Shares

การก้าวเข้าสู่ตลาดในยุคดิจิทัลเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย และถ้าจะทำให้ยั่งยืนนั้น ยังจะมีปัจจัยอีกหลายประการที่ต้องให้ความสนใจ ในบทความนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึง กฏ 3 ข้อ ของการบริหารลูกค้าให้อยู่กับเราได้อย่างยั่งยืนด้วยการใช้ Facebook ในสภาวะการแข่งขันการตลาดในยุคดิจิทัล

Facebook for Business - Bizunbox.com

ใช้ฟังก์ชั่นให้เป็น

Facebook for Business ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้เฟสบุ๊คทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการตลาด การประชาสัมพันธ์ การสร้างเครือข่ายลูกค้าเพื่อทำพรีเซลล์และโพสต์เซลล์ ตลอดจนการสร้างแบรนด์ มีหลายคนยังใช้เฟสบุ๊คแค่เพียง 10% ของความสามารถทั้งหมด ซึ่งเราสามารถเรียนรู้การใช้ฟังก์ชั่นทางธุรกิจของเฟสบุ๊คได้จาก Facebook Blueprint เปรียบเหมือนคนขับรถก็ควรที่จะเรียนรู้การทำงานของระบบรถยนต์ทั้งหมด เพื่อที่จะเข้าใจประสิทธิภาพของรถทั้งหมด เฟสบุ๊คก็เช่นเดียวกัน การใช้แค่โพสต์ธรรมดา อาจจะไม่ได้ช่วยทำการตลาดอะไรเลย แต่ถ้าเราเริ่มใช้ฟังก์ชั่น “ร้านค้า” สร้างแคตตาล็อกสินค้าที่ใส่รายละเอียดสินค้าได้อย่างมืออาชีพ มีการเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินออนไลน์ได้ทันที ก็จะช่วยเพิ่มพลังทางการตลาดขึ้นมาได้อย่างมาก หรือการใช้ฟังก์ชั่น “โน๊ต” เพื่อใส่บทความหรือคู่มือการใช้งานของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น อย่างทีกล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ซึ่งต่อไปผมจะนำฟังก์ชั่นต่างๆ มารีวิวให้ท่านผู้อ่านได้เรียรู้กันต่อไป

สร้างคอนเทนต์ให้โดน

การสร้างคอนเทนต์ที่ดีนั้น เราจะต้องใส่ “ไอเดีย” ลงไปในคอนเทนต์ให้แรงพอที่จะดึงความสนใจของผู้ชมที่อยู่ท่ามกลางสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมหาศาล ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความแตกต่าง หรือแปลกใหม่แล้ว ยังจะต้องสื่อสารการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องของเทคนิคการผลิตสื่อที่แพง แต่เป็นการผลิตสื่อที่มีประโยชน์และน่าติดตาม เฟสบุ๊คได้ให้เครื่องมือในการนำเสนอสื่อหลากหลายรูปแบบ เช่น ภาพถ่าย ข้อความ วิดีโอคลิป ไลฟ์สด เราต้องใส่ใจกับการสร้างสรรค์ข้อมูลเหล่านี้เพื่อนำไปสู่การทำคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ การใส่ใจกับการถ่ายภาพสินค้าหรือวิดีโอคลิปที่ชัดเจนสวยงามและสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือการให้ความใส่ใจกับข้อความบรรยายเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ชวนติดตามอ่านและเพิ่มแรงจูงใจทางการตลาด จึงเป็นเรื่องปกติที่เราต้องสร้างคอนเทนต์จำนวนมากเพื่อสร้างโอกาสและเรียนรู้ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ในการที่จะพัฒนาคอนเทนต์ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ คอนเทนต์ที่ดีจะดึงดูดให้ชาวโซเชี่ยลเข้ามา “ไลค์” เพจของเรา เพราะต้องการติดตามคอนเทนต์ต่อไปอย่างใกล้ชิด จงอย่าคาดหวังที่จะดังเพียงชั่วข้ามคืนเพราะคุณอาจจะไม่ฟลุ๊ค “ความเพียร” และ “ไอเดีย” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการสร้างสรรค์คอนเทนต์คุณภาพ

ซื้อโฆษณาให้เป็น

กอย่างที่เราทราบกันดีว่าเฟสบุ๊คมีโมเดลรายได้ของการทำธุรกิจอยู่ที่การขายโฆษณา ซึ่ง “การซื้อโฆษณาจึงเป็นการร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเราและเฟสบุ๊ค” ที่จะช่วยกันเรียนรู้และวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่ตอบโจทย์การตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Ai) จะทำการควานหากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ จากข้อมูลจำนวนมหาศาล (Big Data) ที่เฟสบุ๊คได้เรียนรู้และสะสมไว้ การซื้อโฆษณาคือการสั่งให้เฟสบุ๊คเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายลูกค้าของเราอย่างจริงจัง ผ่านระบบ Learning Machine และ Ai ดังนั้นการที่เราใช้เฟสบุ๊คฟรีๆ จึงไม่เกิดความร่วมมือใดๆเลย หากเราเข้าใจแล้วต่อจากนี้ให้เราเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่าเฟสบุ๊คเป็น “หุ้นส่วนธุรกิจ” บนโลกดิจิทัล ไม่ได้เป็นเพียงแค่เอเยนซี่โฆษณาออนไลน์


จากทั้ง 3 ข้อ ที่กล่าวมาข้างต้น คงทำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับ Facebook for Business ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ จากเครือข่ายผู้ใช้เกือบ 2 พันล้าน และผู้เข้าถึงโฆษณาบนเฟสบุ๊คกว่า 600 ล้านคน จากทั่วโลก ไม่มีเครือข่ายดิจิทัลใดที่จะใหญ่กว่านี้อีกแล้ว ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเรียนรู้เฟสบุ๊คกันอย่างจริงจังเพื่อธุรกิจในยุคดิจิทัล

659 Shares

ที่ปรึกษา อาจารย์วิทยากร นักจัดรายการวิทยุ และนักเขียน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาธุรกิจและสังคม อาทิเช่น อีคอมเมิรซ์ การตลาดดิจิทัล สื่อยุคใหม่ และการพัฒนาชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

Copy link
Powered by Social Snap