อังคาร. ธ.ค. 10th, 2019

ตลาดออนไลน์เปิดโอกาสธุรกิจขนาดเล็ก

ธุรกิจขนาดเล็กทุนน้อยกำลังมีโอกาสที่จะแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยการใช้เทคโนโลยีการตลาดดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ในอดีตธุรกิจขนาดเล็กไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้เพราะปัจจัยเรื่องค่าการตลาดสำหรับกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ต้องใช้งบประมาณที่แพงมาก แต่ในปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าสื่อโฆษณาไปอย่างสิ้นเชิง การโฆษณาผ่านสื่อวิทยุโทรทัศน์ และสิ่งพิมพ์ ได้รับความนิยมน้อยลงไปมาก รวมถึงการตลาด ณ จุดขายในห้างสรรพสินค้า ที่เดี๋ยวนี้ถูกตลาดออนไลน์แย่งลูกค้าไปมากพอสมควร วันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จะใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าด้วยค่าการตลาดที่ต่ำแต่มีประสิทธิภาพสูง

คุ้มหรือไม่ที่จะมีเว็บอีคอมเมิรซ์ส่วนตัว

ธุรกิจที่ต้องการการขายผ่านออนไลน์ ด้วยเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ของตัวเอง เป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ต้องมีความสามารถในการดูแลเว็บด้วย ข้อดีของการมีเว็บส่วนตัวเหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีลูกค้าขาประจำนวนมาก เพราะเว็บอีคอมเมิรซ์มีระบบตะกร้าสินค้าที่จะช่วยจัดการขั้นตอนการขายโดยอัตโนมัติและยังมีความเป็นส่วนตัว โดยไม่ต้องถูกหักค่าธรรมเนียมเหมือนกับเว็บตลาดออนไลน์ แต่ก็ต้องลงทุนทำเว็บอีคอมเมิรซ์ซึ่งหากเป็นเว็บเช่าก็ง่ายและไม่แพงมาก แต่ถ้าเป็นเว็บที่เขียนขึ้นใหม่ก็ต้องเตรียมเงินไว้ประมาณ 20000-40000 บาท ในอดีตการขายผ่านเว็บอีคอมเมิรซ์ส่วนตัว ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักเพราะผู้ซื้อไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านการซื้อออนไลน์ แต่หลังจากที่ Lazada และ Shopee เข้ามาสร้างประสบการณ์ซื้อออนไลน์ให้กับคนไทย วันนี้ทักษะการซื้อออนไลน์ของคนไทยดีขึ้นมาก ดังนั้นระบบตะกร้าสินค้าจึงไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป

การขายผ่านตลาดออนไลน์

ต้องยอมรับว่า Lazada และ Shoppee เป็นเว็บตลาดออนไลน์ที่เข้ามากำจัดความกลัวการซื้อออนไลน์ของคนไทยลงได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยการรับประกันเรื่องการชำระเงินและจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้า ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างมาก ประกอบกับโปรโมชั่นส่วนลดหรือฟรีค่าส่ง ที่มีอย่างต่อเนื่องทำให้ลูกค้าต่างชื่นชอบและเทใจให้ ปัจจุบันมีการทำธุรกรรมซื้อขายผ่านเว็บดังกล่าวเป็นจำนวนหลายล้านธุรกรรมต่อวัน ซึ่งผู้ประกอบการสามารถสมัครเข้าร่วมเปิดหน้าร้านกับเว็บไซต์ตลาดออนไลน์โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดไว้ ซึ่งเราต้องบวกค่าธรรเนียมเหล่านี้เข้าไปกับต้นทุนเพื่อกำหนดราคาขายที่ถูกต้อง การขายผ่านตลาดออนไลน์มีข้อดีคือมีลูกค้าจำนวนมากที่เข้ามาค้นหาสินค้า เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่เก่งเรื่องโฆษณาออนไลน์ ถ้าคิดคำนวนต้นทุนถูกต้องแล้ว ประกอบกับการตั้งราคาสู้กับคู่แข่งได้ โอกาสขายได้ก็มีมาก

การขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์

การขายผ่าน Facebook หรือ Instagram เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก็เหมาะสำหรับผู้ขายที่มีทักษะด้านการสื่อสารการตลาดที่ดีเยี่ยม เพราะจะต้องนำเสนอสินค้าด้วยความน่าสนใจจึงจะมีผู้ซื้อให้ความนิยม ผู้ประกอบการที่พูดไม่เก่ง ถ่ายรูปไม่เป็น ไอเดียวความคิดสร้างสรรค์ด้านการนำเสนอไม่โดดเด่น เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสินค้าไม่ได้ การขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ก็คงจะไม่เหมาะ แต่ถ้าสิ่งที่ผู้เขียนได้กล่าวมาข้างต้น เป็นความสามารถที่ทำได้อยู่แล้วก็ขอเชียร์ให้ทำการตลาดผ่านช่องทางนี้ได้เลย และยิ่งให้งบประมาณโฆษณาออนไลน์เพิ่มเติมเข้าไป ทำยอดขายได้แน่นอน

เลือกให้ถูกสำเร็จแน่นอน

จากสามทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเล็กๆ ต้องเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง เพราะแต่ละช่องทางการตลาดออนไลน์แต่ละช่องทางที่กล่าวมาข้างต้น หากไม่คิดให้รอบคอบก็จะเหมือนดังสุภาษิตที่ว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ซึ่งไม่ดีต่อธุรกิจขนาดเล็กเป็นแน่ โดยส่วนมากธุรกิจขนาดเล็กผู้ประกอบการคิดกลยุทธ์การตลาดเอง การตลาดออนไลน์ก็เช่นกัน ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้และพัฒนาทักษะการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook Instagram หรือ Youtube ตลอดจนการซื้อโฆษณาจากสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวให้เป็นด้วยตัวเอง ไม่ยากเกินเพราะการตลาดออนไลน์ถูกออกแบบให้ทุกคนสามมารถเรียนรู้และทำได้เอง

ที่ปรึกษา อาจารย์วิทยากร นักจัดรายการวิทยุ และนักเขียน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาธุรกิจและสังคม อาทิเช่น อีคอมเมิรซ์ การตลาดดิจิทัล สื่อยุคใหม่ และการพัฒนาชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล